20 อัลบั้มร็อกในดวงใจ

ผมหลงรักดนตรีร็อกมาตลอด โดยมี Modern Rock หรือ Alternative Rock และ Grunge เป็นพื้นฐานในการเริ่มฟังเพลง และต่อยอดแตกแขนงไปร็อกแนวอื่นๆ ในบทความนี้ผมรวบรวมอัลบั้มที่ชอบมากที่สุด จากการฟังเพลงมาราวๆ 25 ปี ส่วนใหญ่ก็จะเป็นดนตรีร็อก ที่อยู่ในช่วงปี 1990 – 2000 ท่านใดสนใจตนตรีแนวนี้ ลองติดตามดูครับ

ความเห็นหรือคำกล่าวชมใดๆ เป็นเพียงความคิดเห็นของผมคนเดียวเท่านั้นครับ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน และผมเรียงลำดับตามตัวอักษรชื่อวงดนตรีหรือศิลปินครับ

1. Blues Traveler อัลบั้ม Four ( ปี 1994 )

เพลงร็อกจังหวะสนุกๆ ที่ฟังแล้วอารมณ์ดี ตั้งแต่เริ่มเพลงแรก Run Around นักร้องนำ John Popper มีฝีมือการเล่น hamonica แบบหาตัวจับยาก ดังนั้นแทบทุกเพลงในชุดนี้ เราจะได้ยินเสียง hamonica คลอไปกับดนตรีร็อคที่มีกลิ่น Blues และ Country ปะปนอยู่ พอให้เศร้าหรือสนุกไปกับเพลงเหล่านั้น เสียงร้องที่ออดอ้อน ไปกันได้ดีกับดนตรี Blues หรือ Country อยู่แล้ว บางเพลงอาจต้องใช้เวลาซักนิด กว่าจะเริ่มติดหู แต่เมื่อฟังจนได้ที่เมื่อไหร่ล่ะก็ รับรองฟังไม่มีเบื่อเลยครับ

Blues Rock อัลบั้มนี้เป็นส่วนผสมที่ลงตัวมากๆของดนตรี 3 แนว คือ Rock, Blues และ Country โดยมีร็อคยืนพื้นเป็นส่วนผสมหลัก ไม่ต้องคิดมากครับ หามาลองฟังเถอะครับ

เพลงแนะนำ Run Around, The Moutains Win Again, Hook

2. Counting Crows อัลบั้ม August and Everything After ( ปี 1993 )

อัลบั้มแรกจากวงอเมริกันร็อก ออกมาในปี 1993 มีเพลงช้าเพราะๆอยู่หลายเพลง บรรยากาศโดยรวมเป็นเพลงร็อกที่เบาๆ มีกลิ่นความเป็น Country นิดๆ ทั้งดนตรีและเสียงร้องนั้นให้ความรู้สึกจริงใจ ติดดิน เป็นกันเอง ฟังแล้วซาบซึ้ง รู้สึกเหมือนเอาคนรู้จักมาเล่นดนตรีให้ฟัง โดยเฉพาะเสียงของนักร้องนำ Adam Duritz ให้ความรู้สึกเศร้า จริงใจ ฟังแล้วรู้ทันทีว่าใครร้อง เป็นเสียงที่เท่มากในความรู้สึกของผม

สำหรับใครที่ชอบ American Rock จังหวะช้าถึงปานกลาง ดนตรีไพเราะ melody ติดหูง่าย เสียงร้องเศร้าๆ ติดดิน แนะนำให้ลองหามาฟังดูครับ

เพลงแนะนำ Round Here, Omaha, Mr.Jones

3. Dave Matthews Band อัลบั้ม Band Under the Table and Dreaming ( ปี 1994 )

อัลบั้มแรกจากวงดนตรีแนวอเมริกันร็อก เพลงส่วนใหญ่ในอัลบั้มนี้อยู่ในโทนสนุกคึกคัก ฟังสบาย แต่อาจจะฟังยากนิดนึง เคยมีนักวิจารณ์ท่านหนึ่งเขียนไว้ว่า แนวดนตรีของ DMB นั้นฟังยาก แต่คนที่ฟังได้ก็จะรู้สึกซาบซึ้งเป็นอย่างมาก ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง ผมฟังอัลบั้มนี้แรกๆ ก็เฉยๆ แต่พอเปิดฟังไปหลายๆรอบ พอดนตรีเริ่มติดหู กลายเป็นหลงหัวปักหัวปำเลยครับ เพลงเพราะทั้งอัลบั้ม นักดนตรีฝีมือระดับครูทุกคน ลองหาดูการแสดงสดดูครับ เล่นดนตรีกันสนุกมาก ผมยังอยากดูการแสดงสดของวงนี้ซักครั้งในชีวิต

เป็น American Rock จังหวะสนุกคึกคัก อดทนฟังมันในช่วงแรกๆนิดนึง และเมื่อชินกับมันเมื่อไหร่ มันจะกลายเป็นหนึ่งในแผ่นที่คุณอยากหยิบมาฟังอย่างไม่รู้จักเบื่อ (อัลบั้มอื่นๆของวงนี้ ก็เช่นเดียวกัน และยังคงออกอัลบั้มมาให้ฟังกันถึงปุจจุบัน)

เพลงแนะนำ The Best of What’s Around, Ants Marching, Satellite

4. Dinosaur Jr. อัลบั้ม Where You Been (ปี 1993)

J Mascis เป็นอัจฉริยะคนหนึ่งในความคิดของผม เค้าแต่งเพลงเองทุกเพลง เล่นกีตาร์ เปียโน ร้องนำ ตีกลองในบางเพลง แถมยังเป็นโปรดิวเซอร์เอง อีกอย่างคือฝีมือการเล่นกีตาร์ ที่ผมมองว่าไม่น่าแพ้กีตาร์ฮีโร่คนไหน และเด่นในเรื่อง creative ที่มักใส่เสียงกีตาร์แปลกๆ ลงไปในเพลงของเค้า จะบอกว่าผมเทิดทูนพี่แกสุดๆก็ได้ อัลบั้มนี้เป็นอัลบั้มที่ 5 แต่เป็นอัลบั้มแรกของวงที่ประสบผลสำเร็จในด้านยอดขาย ดนตรี Alternative rock แนว Grunge ชุดนี้มี Melody ที่ไพเราะ และ solo กีตาร์ที่โครตเท่ มีทั้งเสียงแตกพล่าสไตล์ grunge หรือแหลมพริ้วลื่นไหลแบบ ballard rock (ลองฟังเพลง What Else is New) ตัดกับเสียงร้องที่ฟังดูหดหู่ สั่นเครือ บางครั้งเรียวแหลม พุ่งทะลุทะลวง เป็นเอกลักษณ์ของพี่เค้าเป็นที่สุด พอมาอยู่รวมกันมันให้ความรู้สึกที่สดใหม่น่าค้นหา อยากฟังต่อไปเรื่อยๆ ไม่รู้จักเบื่อ

สำหรับใครที่อยากสัมผัส Alternative Rock แนว Grunge ที่ยังมีความละเมียดแทรกอยู่ ในบรรยากาศที่สด ดิบ พร้อมๆกับสำเนียงกีตาร์เท่ๆ ห้ามพลาดอัลบั้มนี้ครับ

เพลงแนะนำ Start Choppin, What Else is New, Get Me

5. Eric Clapton อัลบั้ม Unplugged (ปี 1992)

หนึ่งในอัลบั้มที่ผมฟังบ่อยที่สุดในชีวิต เป็นอัลบั้มบันทึกการแสดงสดแบบ unplugged ที่สมบูรณ์แบบที่สุดในความคิดผม บทเพลงที่หลากหลายครบทุกอารมณ์ การอัดเสียงที่ชัด เคลียร์ สามารถนำไปทดสอบเครื่องเสียงได้เลย Eric Clapton เป็นมือ solo กีตาร์ที่ให้อารมณ์ได้เก่งที่สุด โน๊ตแต่และตัวที่ดีดออกมาให้อารมณ์สุดๆ (ลองฟัง Running on Faith) ฟังการ solo กีตาร์เพลงช้าๆของเค้าแล้วผมนึกไม่ออกจริงๆ ว่าจะมีใครเล่นได้อารมณ์เท่านี้ ทุกเพลงจะเป็นบรรยากาศ acoustic ที่มีกีตาร์โปร่ง 2 ตัว เป็นตัวชูโรง และเล่นสอดรับกันได้ดีมากๆ ฟังได้เพลินๆทุกเพลง ไม่มีเบื่อสำหรับผม

Acoustic Rock ที่มีกลิ่นอายของเพลง Blues อยู่หนาแน่น มาพร้อมกับฝีมือการดีดกีตาร์ระดับปรมาจารย์ และนักดนตรีระดับครู จบด้วยการบันทึกเสียงที่ยอดเยี่ยม เป็น The Best Unplugged Album สำหรับผม

เพลงแนะนำ Signe, Tears in Heaven, Lonely Stranger, Layla, Running on Faith

6. Fun อัลบั้ม Some Nights ( ปี 2012 )

ช่วงปี 2012-2013 เป็นปีที่ผมรู้สึกสนุก เพราะได้รู้จักวงร็อกรุ่นใหม่ๆ ทั้ง Imagine Dragon, The Avett Brothers, Mumford & Sons รวมทั้ง Fun อัลบั้ม Some Nights นี้ซึ่งผมขอยกให้มันเป็น Highlight ในการฟังเพลงของผมในช่วงเวลานั้น เพลงในอัลบั้มนี้เป็น Pop Rock ที่ฟังง่าย ทำนองเพราะติดหู เสียงนักร้องที่ค่อนข้างสูง และฟังดูเหมือนหนุ่มเจ้าสำอาง ยิ่งส่งให้เพลงฟังดู Pop และเข้าถึงง่าย แต่กลับมีชั้นเชิงและท่อนฮุคที่ต้องร้องว้าว เมื่อได้ยินครั้งแรก บางครั้งบทเพลงของพวกเค้าก็ทำให้ผมคิดถึง Freddie Mercury และวง Queen ขึ้นมา โดยเฉพาะ 2 ดัง Some Nights และ We Are Young ทั้งท่อนฮุค และเสียงประสานมันฟังดูยิ่งใหญ่อลังการดีมาก ได้ข่าวว่าวงประกาศหยุดพักชั่วคราว ก็ได้แต่หวังว่าจะกลับมาในเร็ววันนะครับ

Indie Pop Rock ที่ทำนองและท่อนฮุคไพเราะติดหู เสียงร้องที่สูงและพุ่งขึ้นมาโดดเด่น เช่นเดียวกับวง Queen พร้อมด้วยเสียงประสานที่สอดแทรกเข้ามาได้อย่างเหมาะเจาะ ส่งให้บทเพลงมีความสด แปลกใหม่ น่าฟังมากๆครับ

เพลงแนะนำ Some Night, We Are Young, All Alright

7. The Jayhawks อัลบั้ม Hollywood Town Hall ( ปี 1992 )

อีกหนึ่งอัลบั้มแนว อเมริกันร็อก ที่มีกลิ่นดนตรี Country แทรกอยู่ บางคนอาจมองว่าเพลง Country เป็นเพลงที่มีบรรยากาศเชยๆ ผมเองก็คิดเช่นนั้น แต่ความเชยนั้นมาพร้อมกับความจริงใจ เป็นกันเอง ติดดิน ซึ่งสามารถฉายภาพบรรยากาศในอัลบั้มนี้ได้ดี เพลงในอัลบั้มนี้ไพเราะ ซาบซึ้ง กินใจ เสียงประสานก็เข้ากับเสียงร้องและบทเพลงเป็นอย่างดี ใครที่ชอบดนตรีร็อกที่ไม่หนัก และไม่ร้องยี้กับเพลง country น่าจะถูกใจงานของวงนี้ สำหรับผมนี่เป็นหนึ่งในวงโปรดลำดับต้นๆเลย

Alternative Country Rock ที่เล่นดนตรีด้วยความจริงใจ ติดดิน ถ้าชอบแล้วล่ะก็ รับรองหลงแบบโงหัวไม่ขึ้นล่ะครับ

เพลงแนะนำ Waiting for the Sun, Two Angels, Take Me with You (When You Go)

8. The Killers อัลบั้ม Sam’s Town ( ปี 2006 )

อัลบั้มนี้เป็นหนึ่งในพระมาโปรด ในยุคที่ขาดแคลนวงร็อกรุ่นใหม่ๆ มันทำให้ผมเริ่มมีความหวังว่าจะได้มีร็อกแนวใหม่ๆฟังเสียที ผมร้องว้าวตั้งแต่ได้ฟังครั้งแรก คิดได้ไงวะเอาดนตรี Disco มาทำเป็นเพลงร็อก แทบทุกเพลงในอัลบั้มนี้ฟังสนุกมากๆ พร้อมที่จะเขย่าขาตามไปตลอด บทเพลงในอัลบั้มนี้มันจะค่อยๆเข้าครอบงำคุณมากขึ้นๆ ทุกๆครั้งที่ฟัง รู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นสาวกของพวกเค้าไปซะแล้ว Brandon Flowers นักร้องนำมีเสียงร้องโดดเด่นเป็นและเข้ากับแนวดนตรีของวงเป็นอย่างยิ่ง ความสามารถในการแต่งเพลงก็เยี่ยม ทุกเพลงมีท่อนฮุค หรือเมโลดี้ติดหูได้ไม่ยากเลย

ใครที่เบื่อความซ้ำซากจำเจของดนตรีร็อกแบบเดิม อยากให้ลองฟัง Disco Rock อัลบั้มนี้ดูครับ รับรองคุณจะหายเบื่อไปพักใหญ่ๆ

เพลงแนะนำ When You Were Young, Read My Mind, Why Do I Keep Counting?

9. Kings of Leon อัลบั้ม Come Around Sundown ( ปี 2010 )

อีกหนึ่งวงพระมาโปรดของผม เล่นดนตรีร็อคที่หนักแน่น แต่ไม่รกหรือโหวกเหวกโวยวาย ทำเพลงช้าได้โครตดี อารมณ์โครตได้ เป็นร็อคที่เน้นอารมณ์เพลง ทั้งเสียงร้องที่บีบเค้น เสียงกีตาร์ที่มีกลิ่นดนตรี Blues อยู่ค่อนข้างชัด เพลงจังหวะโจ๊ะๆ ก็ทำได้สนุกชวนเขย่าขา จริงๆแล้วนี่เป็นชุดที่ 5 แต่เป็นชุดแรกที่ผมซื้อมาฟังด้วยเหตุผลที่ว่าไม่มีอะไรจะฟัง และเพลง The Face ทำให้ผมตะลึง อึ้ง (ขนาดนี้เลยเหรอวะเป็นความรู้สึกตอนได้ยินเพลงนี้) ผมรู้สึกว่าตัวเองพลาดไปเยอะมาก ที่ไม่ยอมซื้อ CD วงนี้มาฟังตั้งแต่สมัยพวกเค้าออกงานชุดแรก ผมชอบฟังเพลงร็อคช้าๆ และวงนี้ทำเพลงจังหวะช้าๆได้โครตเจ๋ง และมีอยู่ในแทบทุกอัลบั้มของพวกเค้า

บทเพลง Alternative Southern Rock สายอารมณ์ ที่ทำเพลงได้หนักแน่น เสียงร้องมีเอกลักษณ์ บีบเค้นอารมณ์ และบรรดาเพลงจังหวะช้าๆ ของพวกเค้า ที่ผมบอกได้คำเดียว กราบ

เพลงแนะนำ The Face, Radioactive, Pyro, Back Down South

10. Nine Days อัลบั้ม The Madding Crowd ( ปี 2000 )

American Rock ที่ทำเพลงได้โครตเพราะ แฝงความเป็น Pop ที่ฟังง่าย ฟังสนุก เพลงช้านั้นเศร้า ซึ้ง เหงาจับใจ ผมมีความเชื่อส่วนตัวว่าเพลงที่เราชอบมากๆ นั้น เมื่อเวลาผ่านไปหลายๆปี ทุกครั้งที่เรากลับมาฟังมันอีก มันจะดึงเอาความทรงจำต่างๆในช่วงที่เราฟังมันบ่อยๆ ให้พรั่งพรูออกมา ให้เราอมยิ้ม หรือเศร้าไปกับช่วงเวลานั้นๆ ได้อีกครั้ง อัลบั้มนี้เป็นข้อพิสูจน์ได้อย่างดี ผมฟังมันบ่อยมากตอนเรียนมหาวิทยาลัย กลับมาฟังทีไรก็นึกถึงตอนถ่างตาอ่านหนังสือคืนก่อนสอบทุกที 555 ผมอยากบอกว่าเพลงเพราะทุกเพลง เพลงช้าเพราะมากๆ ลองหาฟังกันดูนะครับ

American Pop Rock ที่มีแต่เพลงติดหูง่ายๆ ครบทุกอารมณ์ สนุก เศร้า เหงา ซึ้ง เป็นเพลงร็อกที่ค่อนข้างเนี้ยบ แต่ไม่ถึงกับเรียบร้อย และรับประกันใครอยากฟังร็อกเพราะๆ ไม่ผิดหวังแน่นอน

เพลงแนะนำ Absolutely (Story of a Girl), If I Am, Sometimes, Bitter, Crazy

11. Nirvana อัลบั้ม Nevermind ( ปี 1991 )

อัลบั้มนี้เปลี่ยนทิศทางการฟังเพลงของผมไปโดยสิ้นเชิง พร้อมๆกับที่มันเปลี่ยนกระแสดนตรีของโลก ช่วงผมหัดฟังเพลงใหม่ๆ มี เพลง Wind of Change ของวง Scorpions หรือเพลงอย่าง To Be with You ของวง Mr. Big เป็นเพลงขวัญใจ จนผมได้มาฟังอัลบั้ม Nevermind ครั้งแรก “เพลงอะไรของมันวะ” เป็นความรู้สึกตอนนั้น ถ้าฟังเพลงในชุดนี้แค่ผิวเผินมันจะเป็นแค่เพลงที่หนวกหู น่ารำคาญ แต่ถ้าลองตั้งใจฟังมันดีๆ ซ้ำๆ คุณจะเริ่มได้ยิน melody ที่ค่อยๆติดหูมาทีละนิดๆ มารู้สึกตัวอีกทีก็ฟังมันไปไม่รู้กี่รอบแล้ว และยังคงฟังมันต่อไปเรื่อยๆ ถ้าใครเคยอ่านหรือดูประวัติของ Kurt Cobain จะรู้ว่า Kurt มีชีวิตวัยเด็กจนถึงวัยรุ่นที่ไม่ดีนัก เค้าไม่ค่อยได้รับความรักทั้งจากพ่อและแม่ อยู่กับใครก็มีปัญหา จนดูเหมือนไม่มีใครต้องการ ผมว่าเรื่องนี้มีผลกับบทเพลงต่างๆของ Nirvana ที่เศร้า หดหู่ ทนทุกข์ และปลดปล่อย จึงไม่แปลกที่วัยรุ่นเป็นล้านๆในยุคนั้นจะคลั่งไคล้เพลงของ Nirvana เพราะผมคิดว่าวัยรุ่นส่วนมากมักมีความรู้สึกว่าไม่มีใครเข้าใจ จะมีก็แต่บทเพลงของ Nirvana นี่แหล่ะ ที่เข้าใจพวกเค้า ฟังแล้วมันเหมือนได้ปลดปล่อยความอัดอั้นเหล่านี้ออกมา

ดนตรี Grunge ที่สร้างกระแส Seattle Sound ให้โด่งดังไปทั่วโลก วงดนตรี 3 ชิ้นที่เล่นกันได้ ดิบ ดุดัน เสียงร้องที่แทบไม่อยากเข้าใจว่า ผู้ร้องต้องผ่านเรื่องอะไรมาบ้าง ถึงได้เศร้าขนาดนั้น แต่มันกลับเข้ากับดนตรีได้แบบ ถ้าไม่ใช่เสียงนี้ก็คงไม่มีทางเป็น Nirvana ได้แน่นอน

เพลงแนะนำ Smell Like Teen Spirit, Come as You Are, Lithium, Polly

12. Ocean Colour Scene อัลบั้ม Moseley Shoals ( ปี 1996 )

Alternative Rock สุดเท่จากเกาะอังกฤษ เล่นร็อกได้แบบอังกฤษจ๋า ใครอยากฟังร็อกอังกฤษเมโลดี้สวยๆ แนะนำเลย เพลงร็อกจากฝั่งอังกฤษอาจฟังดูไม่สำเร็จรูป แบบฝั่งอเมริกาที่ฟังแล้วมันส์เลย สนุกเลย แต่เพลงพวกนี้แม้จะฟังยากกว่า แต่ผมกลับมองว่ามีอะไรน่าค้นหากว่า เป็นร็อกที่ลึกลงไปอีกขั้น โดยในอัลบั้มนี้มีเพลง วันที่เราขึ้นรถไฟ (The Day We Caught the Train) เป็นเพลงที่ผมยกไว้บนหิ้งบูชา และมักจะนำมาเปิดฟังเพื่อกราบไหว้อยู่บ่อยๆ 555 โดยรวมก็เป็นเพลงร็อกจากอังกฤษยุคใหม่ (ในสมัยนั้น) ดนตรีแน่น เข้มข้น เสียงร้องที่เหมือนจะฟังดูสุภาพ แต่โหยหวน บีบครั้นอารมณ์ได้พอควรเลย โครตเก๋า เป็นคำชมที่ผมขอมอบให้วงนี้ครับ

สำหรับใครที่อยากลอง Brit Rock ที่เล่นดนตรีได้แน่น ชั้นเชิงแพรวพราว เมโลดี้สวยๆมากมาย มีอะไรให้ค้นหาในแทบทุกเพลง เสียงร้องที่มีท่อนฮุคสะใจ กระชากอารมณ์ แนะนำหามาลองซักครั้งครับ

เพลงแนะนำ The Riverboat Song, The Day We Caught the Train, The Circle

13. Primal Scream อัลบั้ม Give Out But Don’t Give Up ( ปี 1994 )

วงแนว Alternative จาก Scotland ที่อยู่ดีๆ ก็เปลี่ยนอารมณ์จาก Electronica ในอัลบั้ม Screamadelica มาเข้าทางผมในอัลบั้มนี้ซะงั้น ก่อนจะหันกลับไปเล่นแนวเดิมอีกในอัลบั้มถัดไป ผมอินสุดๆกับอัลบั้มนี้ มันเป็นเพลงร็อกจังหวะโจ๊ะๆ สนุกๆ ที่ฟังง่ายๆ เป็นกันเอง บางเพลงมีบรรยากาศ Blues หรือ Soul แทรกเข้ามาพร้อมๆเสียงประสานสวยๆจากนักร้องสาว เพลงช้าซึ้งฟังสบาย เสียงนักร้องนำ Boby Gillespie ออกแนวกวนๆ นิ่มๆ มีเอกลักษณ์ดี

สำหรับใครที่ชอบ Southern Rock หรือเพลงร็อกฟังสบายๆ ที่มีกลิ่นเพลง Blues หรือ แนว Soul แทรกอยู่บ้าง อัลบั้มนี้มีให้ฟังกันเต็มอิ่ม มาลองฟังวงร็อกจากฝั่งอังกฤษ เล่นดนตรีร็อกภาคใต้ของอเมริกาดูครับ

เพลงแนะนำ Jailbird, Rock, (I’m Gonna) Cry Myself Blind, Everybody Needs Somebody

14. Radiohead อัลบั้ม The Bends ( ปี 1995 )

อัลบั้มชุดที่สอง ของวงโครตติส จากเกาะอังกฤษ ผมเก็บอัลบั้มนี้ไว้พักใหญ่ เพราะรู้สึกว่ามันฟังยาก ไม่เข้าใจ ไม่อิน ผมยังฝังใจอยู่กับ Creep หรือเพลงอย่าง Stop Whispering จากอัลบั้มแรก Pablo Honey จนเมื่อผมตัดสินใจหันกลับมาตั้งใจฟังมันอีกครั้ง พอหูเริ่มคุ้นชินกับดนตรี เพลงอย่าง High and Dry และ Fake Plastic Trees ก็กลายเป็นเพลงที่ผมต้องฟังมันทุกวัน ผมเริ่มลืมเพลงในอัลบั้ม Pablo Honey และถูกอัลบั้มนี้เข้ามาครอบงำโดยสิ้นเชิง ด้วยเพลงร็อกบรรยากาศอึมคึม เสียงร้องโหยหวน แหบพล่า และเสียงสังเคราะห์แปลกๆ แม้งานเพลงในยุคหลังๆของวงนี้ จะเกินความเข้าใจของผมไปไกลหลายปีแสงแล้ว ผมก็ยังชื่นชอบและซื้องานของพวกเค้า (แม้จะไม่ได้ฟัง 555) เป็นอิทธิพลมาจาก 3 อัลบั้มแรกของพวกเค้า ที่จนถึงปัจจุบัน มันก็ยังให้ความสุขกับผมอยู่เสมอ

British Alternative Rock ที่ทางวงเริ่มนำเสียงสังเคราะห์เข้ามาใช้ เป็นร็อคที่ฟังยากหน่อย แต่ถ้าฟังได้ จะรู้สึกว่าเพลงต่างๆในอัลบั้มนี้ มันช่างลึกซึ้ง น่าค้นหา เป็นงาน Art Rock ที่ยัง compromise กับผู้ฟังอยู่เยอะ ถ้าเทียบกับงานยุคหลังๆ

เพลงแนะนำ High and Dry, Fake Plastic Trees, My Iron Lung

15. Reef อัลบั้ม Rides ( ปี 1999 )

วงร็อกจากอังกฤษที่เสียงของนักร้องนำ Gary Stringer มีพลังทำลายล้างสูงมาก ดิบ และ ดุดัน แต่ไม่โหดร้าย เพลงช้าของวงนี้เป็นเพลงในอุดมคติของผมเลยก็ว่าได้ เสียงร้องที่ดุดัน ร้องได้เต็มเสียง การเค้นเสียง ลากเสียงจากเบาไปดัง ต่ำขึ้นสูง เรียกว่า dynamic เสียงของพี่แกเจ๋งมากๆ เป็นเสียงร้องที่ผมชอบมากที่สุด และคิดว่ามันเข้ากับเพลงร็อกมากที่สุดเลยก็ว่าได้ครับ โดยรวมเป็นร็อกที่เล่นได้หนักแน่น ดุดัน เหมือนคนหนุ่มที่ปล่อยพลังกันเต็มที่ ไม่มียั้ง ไม่ว่าจะเพลงช้า เพลงเร็ว ลองหามาฟังดูซักครั้งครับ ขาร็อกน่าจะถูกใจเสียงเค้าแน่นอน

Alternative Rock ที่มีเสียงร้องโดดเด่น มีพลังทำลายที่พร้อมจะระเบิดออกทุกเมื่อ ดนตรีหนักแน่นทรงพลัง แต่ยังแฝงไว้ด้วยเมโลดี้หรือท่อนฮุคที่เพราะติดหู เพลงช้าหลายๆเพลงของพวกเค้าที่ผมต้องยกมือไหว้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ฟัง

เพลงแนะนำ I’ve Got Something to Say , Sweety, Undone and Sober (อีกเพลงที่อยากแนะนำ คือ Place Your Hands จากอัลบั้ม Glow ครับ เสียงร้องสุดยอดมาก)

16. Ride อัลบั้ม Tarantula ( ปี 1996 )

Shoegazing คือหนึ่งในแนวดนตรี Alternative Rock ของอังกฤษ ที่เล่นดนตรีแนว neo-psychedelic มีเสียงร้องเบาๆ ค่อยๆจางหาย กับเสียงกีตาร์แตกๆ เอฟเฟกต์เยอะๆ นักดนตรีแนวนี้มักยืนก้มหน้า เล่นดนตรีกันนิ่งๆ ไม่เคลื่อนไหว เพราะมัวแต่ง่วนอยู่กับเอฟเฟกต์กีตาร์ นี่เองจึงเป็นฉายาที่สื่อมวลชนอังกฤษตั้งให้นักดนตรีแนวนี้ พวกจ้องรองเท้า 555 วง Ride เป็นหนึ่งในวงดนตรีที่ถูกจัดอยู่ในพวกจ้องรองเท้า แม้ว่าอัลบั้มนี้ทางวงเริ่มปรับเปลี่ยนแนวไปบ้าง เอฟเฟกต์กีตาร์น้องลง เสียงร้องที่ชัดเจนมากขึ้น ผมชอบอัลบั้มนี้เพราะผมว่ามันเข้าถึงได้ง่ายกว่า มีเพลงเพราะๆ เมโลดี้สวยๆอยู่เยอะ ผมถึงกับต้องเอาเพลง Starlight Motel ไปใช้ใน VDO งานแต่งตัวเอง (ขอขอบคุณวง Ride ด้วย)

Alternative Rock แนว Shoegazing ที่ลดปริมาณเอฟเฟกต์กีตาร์ลงมา เพิ่มเมโลดี้สวยๆลงไปในเพลง และยังคงความน่าค้นหาในแบบฉบับ Brit Rock ใครอยากลองฟังแนวจ้องรองเท้า อัลบั้มนี้เหมาะแก่การเริ่มต้นดีครับ

เพลงแนะนำ Sunshine/Nowhere to Run, Deep Inside My Pocket, Starlight Motel

17. The Seahorses อัลบั้ม Do It Yourself ( ปี 1997 )

อัลบั้มแรกและอัลบั้มเดียว จากวงที่ถูกฟอร์มขึ้นใหม่ โดย John Squire อดีตมือกีตาร์วง The Stone Roses จากเมือง Manchester ประเทศอังกฤษ เมืองที่ผลิตวงดนตรีเจ๋งๆ ออกมามากมาย เพลงร็อกในอัลบั้มนี้มีเมโลดี้สวยงามมาก ท่อนฮุคที่ติดหูง่ายแทบทุกเพลง มีเสียงกีตาร์เป็นพระเอก ฟังสบายๆ ฟังได้เรื่อยๆ เบื่อยากมาก หลายๆอัลบั้มที่ไม่ว่าผมจะชอบมากแค่ไหน มันก็มักจะมีบางเพลงที่ไม่ชอบมาแทรกอยู่ และอยากกดข้ามไปเสมอ อัลบั้มนี้เป็นหนึ่งในไม่กี่อัลบั้ม ที่ผมแทบไม่เคยกดข้ามเพลงเลย ทุกเพลงในชุดนี้ถ้ามันอยู่แยกอัลบั้มกัน ผมว่าสามารถตัดมาเป็น single สำหรับโปรโมทอัลบั้มนั้นๆได้แทบทุกเพลง แต่เมื่อมันมารวมอยู่ในอัลบั้มเดียวกัน มันเลยให้ความรู้สึกเหมือนหรือดีกว่า อัลบั้มรวมฮิตของอีกหลายๆวงซะด้วยซ้ำ

Alternative Rock ที่มีเสียงกีตาร์โดดเด่น เมโลดี้และท่อนฮุคที่อยากฟังซ้ำๆ ไปเรื่อยๆ ไม่รู้จักเบื่อ เป็นร็อกที่ friendly มากๆ ฟังได้ทุกเพศทุกวัย เหมาะอย่างยิ่ง ถ้าอยากเริ่มต้นฟังเพลงร็อกจากอังกฤษครับ

เพลงแนะนำ Blinded by the Sun, Love Is the Law, Love Me and Leave Me

18. Stereophonic อัลบั้ม Performance and Cocktails ( ปี 1999 )

วงร็อกจาก Wales ที่มีนักร้องนำเสียงแหบพล่า แต่มีเสน่ห์โครตๆ มีเพลงดังติดชาร์ตในอังกฤษเกือบครึ่งอัลบั้ม เล่นดนตรีร็อคได้หนักแน่น เป็นร็อคที่มีพลังแผงหรือกำลังสำรองเหลือเฟือ อยู่ที่จะปล่อยออกมาเมื่อไหร่ เพลง Just Looking อธิบายสิ่งนี้ได้ดี และไม่ว่าเพลงจะมีจังหวะสนุกคึกคักแค่ไหน เจอเสียงร้องแหบๆ เนิบๆ ของพี่เค้าเข้าไป บรรยากาศมันเปลี่ยนไปโทน dark ทันที แต่กับพวกเพลงช้า ซึ้งๆนั้นผมบอกเลย ทั้งดนตรี บรรยากาศ อารมณ์ สุดติ่งครับ ลองฟังเพลงที่ 9, 10 และ 11 ต่อกันดูครับ เศร้า ซึ้งแบบ non-stop

Alternative Rock จาก Wales ที่มีเสียงร้องแหบแห้งโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ บรรยากาศดนตรีโทนมืด เย็น ไม่ได้สดใสกรุ๊งกริ๊ง แต่เข้ากันกับเสียงร้องสุดๆ ใครชอบดนตรีโทน dark หน่อยๆ น่าจะถูกใจได้ไม่ยาก

เพลงแนะนำ Hurry Up and Wait, Pick a Part That’s New, Just Looking, A Minute Longer, She Takes Her Clothes Off

19. Sublime อัลบั้ม Sublime ( ปี 1996 )

Reggae Rock หรือ Ska ที่เราคุ้นกัน แนวดนตรีที่ผมมองว่าเป็นตัวแทนของการปาร์ตี้ริมทะเล ดนตรี Reggae ที่เร่งและย้ำจังหวะให้เร็ว และหนักขึ้น ลดอารมณ์ Playboy ลง ใส่อารมณ์ Badboy เข้าไปแทน ผลคือดนตรีที่สนุก เร่งเร้า ชวนโยกหัวเขย่าขา แถมยังมีเพลงช้าๆ โครตเพราะอย่าง Santeria ที่ผมยกไว้บนหิ้ง และกราบไหว้อยู่เสมอๆ ไม่ว่าคุณจะชอบหรือไม่ชอบเพลงแนวนี้ อยากให้ลองฟังเพลงนี้ดูครับ เพราะมากๆ น่าเสียดายที่ Bradley Nowell นักร้องนำได้เสียชีวิตลงก่อนที่อัลบั้มนี้จะออกขายเพียงแค่ 2 เดือน ไม่อย่างนั้นเราคงมีโอกาสได้ฟังเพลงสนุกๆ จากวงนี้อีกมากมาย

ดนตรี Ska ที่มีส่วนผสมของแนวเพลงหลากหลาย ทั้ง Rock, Reggae, Punk หรือแม้กระทั่ง Dance และ Hip Hop ที่ปะปนกันอยู่ในบรรยากาศงานปาร์ตี้ร็อคริมทะเล ใครที่คิดว่าดนตรี Reggae จังหวะมันก็คล้ายกันไปหมด ลองฟังอัลบั้มนี้ดูครับ

เพลงแนะนำ What I Got, Wrong Way, Santeria, Seed

20. The Verve อัลบั้ม A Northern Soul ( ปี 1995 )

อีกหนึ่งวงจากเมือง Manchester เล่นดนตรี Psychedelic Rock บรรยากาศเหวา เวิ้งว้าง บวกกับนักร้องนำพลังเสียงปืนแตก Richard Ashcroft ผมจำไม่ได้จริงๆ ว่าเคยได้ยินฉายานี้จากไหน แต่เห็นว่ามันเหมาะในการอธิบายเสียงของเค้า จึงขออนุญาตเอามาใช้บ้าง เป็นเสียงที่มีเอกลักษณ์อย่างมาก และคงไม่มีใครเลียนแบบเสียงพี่แกได้ อีกเพลงที่อยู่บนหิ้งบูชาของผม History เพลงนี้อธิบายคุณลักษณะของเสียงแกได้ดีมาก มันฟังดูมีพลัง ยิ่งใหญ่ อลังการ แต่ก็ดูแกร้องของแกเฉยๆ เรื่อยๆ ไม่ได้พยายามอะไร ดูจะร้องแบบให้ความรู้สึกเบื่อๆด้วยซ้ำ ดนตรีแนวนี้ฟังยากหน่อย เพราะส่วนมากไม่ใช่เพลงที่ตั้งใจแต่งมาเอาใจตลาด แต่ความเท่และมีเอกลักษณ์ในแบบของตัวเอง ไม่เป็นลองใครแน่นอน

Psychedelic Rock ที่มีเสียงร้องที่โดดเด่นมากๆ มีพลังแฝงมหาศาล ทำดนตรีได้เท่มีแบบฉบับเป็นของตัวเองชัดเจน ฟังแล้วรู้ทันทีว่าเป็นเพลงของ The Verve

เพลงแนะนำ On Your Own, History, No Knock on My Door

สุดท้ายแล้วยังมีอัลบั้มและวงดนตรีร็อก ที่ผมชอบอีกมากที่อยากเขียนถึงแต่แนวมันอาจจะซ้ำๆกัน ผมจึงพยายามเลือกที่ผมชอบที่สุดจริงๆ ออกมา ถ้าท่านใดสนใจก็สามารถหามาลองฟังเพิ่มเติมได้จากรายการด้านล่างครับ โดยผมจะเขียนชื่อวงดนตรีและอัลบั้มที่ผมชื่นชอบไว้

  • American Rock : Golden Smog (Down by the Old Mainstream), Hootie & the Blowfish (Cracked Rear View)
  • Brit Rock : Blur (Modern Life is Rubbish), Manic Street Peachers (Generation Terrorists), Oasis (Definitely Maybe), Suede (Suede)
  • Folk Rock : The Avett Brothers (The Carpenter)
  • Grunge : Creed (Human Clay), Pearl Jam (Ten), Smashing Pumpkins (Mellon Collie and The Infinite Sadness), Stone Temple Pilots (Tiny Music… )
  • Heavy Metal : Avenged Sevenfold (Avenged Sevenfold), Disturbed (The Sickness), Guns N’ Roses (Appetite for Destruction)
  • Industrial Rock : Nine Inch Nails (The Downward Spiral)
  • Punk Rock : The Clash (London Calling), Green Day (Dookie), Sex Pistols (Never Mind the Bollocks, Here’s the Sex Pistols)
  • Southern Rock : The Black Crowes (Lions)

ก่อนจบบทความผมอยากใช้โอกาสนี้ขอบคุณ คุณอนุสรณ์ สถิรรัตน์ บก. นิตยสาร music express และ crossroads ที่ถึงแม้ไม่เคยรู้จักกัน แต่ผมขอบนับถือพี่เค้าเป็นอาจารย์ที่คอยแนะนำวงดนตรีดีๆ ผ่านทางนิตยสารดังกล่าวครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s